กรมชลฯ เปิดตัว 4 โครงการ สร้างทำนบกักเก็บน้ำลำน้ำยม กว่า 60 ล้านลบ.ม

Agri+

กรมชลฯ เปิดตัว 4 โครงการ สร้างทำนบกักเก็บน้ำลำน้ำยม กว่า 60 ล้านลบ.ม.เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ 8 หมื่นไร่ ทุ่มงบ 4 พันล้านบาท แก้แล้งท่วมยั่งยืน

 

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นางสาวพัชรอร วงศ์กำแหง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น(ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น) อำเภอศรีสัชนาลัย ภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีประชาชนเข้ารับฟังกว่ากว่า300คน กล่าวว่าได้เริ่มศึกษาโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี ม2561 ทั้งจังหวัดแพร่ และสุโขทัย

 

 

แก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาในเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค ทำการเกษตรของประชาชน การก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งสามารถบริหารจัดการน้ำที่ดี เป็นความจำเป็นช่วยลดความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ยั่งยืน โดยมีการรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว5ครั้ง ในวันนี้ครั้งสุดท้ายรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนเพื่อสรุปผลและนำเสนอมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 

นายกองโท พยุงศักดิ์ สุวรรณโน นายอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวว่าตนได้รับราชการมาที่นี้กว่า 30 ปี เห็นสภาพแม่น้ำยม  เวลาน้ำหลากมารวดเร็วไม่มีที่กักเก็บไว้ซึ่งระยะทางน้ำไหลผ่านกว่า 80 กม.มีปัญหามากคือน้ำแล้ง ขาดน้ำใช้เพื่อการเกษตร น้ำกินใช้กระทบทุกพื้นที่ แหล่งน้ำดิบผลิตประปาที่มีที่เดียวคือแม่น้ำยม ต้องใช้กระสอบทรายทำทำนบชั่วคราวเพื่อกักน้ำไว้เป็นช่วงๆ เมื่อกรมชลประทาน มาสำรวจเป็นโอกาสดีช่วยเหลือชาวบ้านได้จริง

 

 

ถ้าโครงการสำเร็จโดยเร็วจะช่วยได้มาก แก้ผลกระทบได้หลายตำบลยังเดือดร้อน ซึ่งประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีน้อย แต่จะมีเรื่องปลาว่ายน้ำมาวางไข่ ได้มีมาตรการแก้ไขร่วมกับกรมประมง และบางรายอาจเปลี่ยนอาชีพให้มาทำเกษตร

 

 

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ได้นำสื่อมวลชนดูพื้นที่สร้างอาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย พบปะเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบเวนคืนในโครงการ ว่ากรมชลประทาน พยายามทำแหล่งกักเก็บน้ำตลอดในลุ่มน้ำยม และลำน้ำสาขาตอนบนหลายสาขา เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำไว้ตัดยอดน้ำก่อนเข้ามาแม่น้ำยม โดยปริมาณน้ำลุ่มน้ำยมเกือบ 3 พันล้านลบ.ม.ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งอาคารบังคับน้ำ 4 แห่ง จะเก็บได้ 60 ล้านลบ.ม.ในช่วงแล้ง และช่วงน้ำหลากจะแบ่งน้ำไว้ได้ด้วย ระยะเวลาก่อสร้าง 3-4 ปี

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ นำข้อมูลไปวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม เริ่มก่อสร้างภายในปี 2566 ผลกระทบประชาชนไม่มาก ในส่วนผลกระทบพันธุ์ปลาในฤดูวางไข่ จะทำบันไดปลาโจนทุกแห่ง ที่มีความเหมาะสมกับระบบนิเวศ รวมทั้งกรมประมง สามารถผลิตพันธุ์ปลาได้ปีละหลายล้านตัว

 

 

“พื้นที่ 8 หมื่นกว่าไร่ รับประโยชน์จาก 4 โครงการ งบก่อสร้างกว่า4พันล้านบาท ทั้งนี้จะเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทาน ให้มีประสิทธิภาพขยายพื้นที่รับประโยชน์ได้อีกทั้งในช่วงฤดูและ ช่วงน้ำหลาก พร้อมกับวิเคราะห์พื้นที่สร้างเขื่อน อ่างขนาดกลาง ขนาดเล็ก ในลุ่มน้ำสาขา เพื่อหน่วงน้ำตอนบนก่อนไหลเข้าแม่น้ำยม ประกอบกับการจัดการควบคุมบริหารน้ำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เช่นการสูบน้ำ ด้วยระบบไฮโดรโฟ โซลาเซลล์ เพื่อกระจายน้ำไปยังแก้มลิง นำน้ำหลากไปกักเก็บน้ำไว้แหล่งน้ำธรรมชาติ ให้ประชาชนได้มีน้ำใช้อย่างพอเพียง”นายสุรชาติ กล่าว

สำหรับโครงการบันไดการจัดการน้ำลำน้ำยม อาคารบังคับน้ำบ้านวังน้ำเย็น อ.ลอง จ.แพร่ ความจุ 18.35 ล้านลบ.ม. ก่อสร้างในช่องลัด ระยะเวลา 3 ปี พื้นที่ชลประทาน 38,196 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,837 ล้านบาท

อาคารบังคับน้ำบ้านหาดอ้อน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ความจุ  25.80  ล้านลบ.ม. ระยะเวลาสร้าง 3 ปี พื้นที่ชลประทาน 32,582ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,931.47 ล้านบาท

อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ความจุ 9.35 ล้านลบ.ม.ก่อสร้าง 3 ปี พื้นที่ชลประทาน 3,541 ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,272.94 ล้านบาท

อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ความจุ 9.35 ล้านลบ.ม.ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี พื้นที่ชลประทาน 29,518  ไร่ ค่าก่อสร้าง 1,143.53 ล้านบาท

ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook