แบน 3 สาร กระทบอุตสาหกรรมปศุสัตว์ จะเสียหาย 8 แสนล้านบาท

Agri+

ผลกระทบจากการแบน 3 สารเคมี พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต ลามทั่วทั้งประเทศ รวมถึงกระทบอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสินค้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองซึ่งถือว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของการผลิต ประเทศที่นำเข้าหลัก 3 ประเทศยังคงมีการใช้ไกลโฟเซต พบผลกระทบในหลายภาคส่วนคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.715ล้านล้านบาท กระทบต่อภาคแรงงาน 12 ล้านคน ส่อเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร และผู้บริโภคควักเงินซื้ออาหารแพงขึ้น

 

 

 

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเร่งให้คำตอบแก่ภาคธุรกิจเพื่อป้องกันความสับสนที่จะเกิดขึ้น นอกจากผลกระทบที่เกิดโดยตรงกับเกษตรกร และผู้ครอบครองสารเคมีแล้วยังมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องทางการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศที่มีการใช้สารเคมี 3 ตัวนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลกระทบอาจจะมากเกิดกว่าจะคณานับ

 

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาใช้ในการผลิตเกินกว่าครึ่ง โดยเฉพาะสินค้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองซึ่งถือว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของการผลิต ประเทศที่นำเข้าหลัก 3 ประเทศยังคงมีการใช้ไกลโฟเซตในการจัดการแปลง

 

จากการหารือกับประเทศเหล่านี้ พบว่าไม่สามารถส่งสินค้าให้กับประเทศไทยได้หากมีการกำหนดค่าสารตกค้างเป็นศูนย์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะกระทบไล่ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ มายังโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต่อเนื่องไปยังเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์

 

จนท้ายที่สุดไปถึงอาหารต่างๆ ที่ส่งขายภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 8 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมน้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือขนมปังที่รับประทานอยู่กันในทุกวันนี้ หากไม่สามารถนำเข้า ถั่วเหลืองและข้าวสาลีได้

 

ทางออกหนึ่งของปัญหา คือ การกำหนดค่าตกค้าง MRLตามมาตรฐาน CODEXซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ โดยเร่งด่วนก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2562

สรุปข้อเสนอทางออกเพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรงจากการประชุมร่วมกันของผู้ได้รับผลกระทบ
1) ชะลอการบังคับใช้การยกเลิกสารทั้ง 3ชนิดออกไปอีกอย่างน้อย 2ปี
2) ในระหว่างการชะลอการบังคับใช้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัย (GAP)และการป้องกันดูแลสุขภาพเกษตรกรและผู้บริโภค ควรมีการดำเนินการดังนี้
2.1) ควบคุมจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3ชนิดตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และส่งเสริมการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP)
2.2) ศึกษาทบทวนหลักฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการยกเลิกการใช้อย่างละเอียดรอบคอบ พร้อมทั้งศึกษาและพิสูจน์ประสิทธิภาพและต้นทุนของสารหรือวิธีการทดแทน และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้การอบรมเกษตรกรอย่างทั่วถึง
2.3) ดำเนินการหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนให้ครบถ้วนและทั่วถึงในวงกว้าง
2.4) เผยแพร่ผลการศึกษาและหารือในข้อ 2.2) และ2.3) ให้เกษตรกรและประชาชนรับทราบโดยละเอียด เพื่อให้เป็นที่เข้าใจและร่วมมือปฏิบัติ

 

ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook