มะละกอพันธุ์ครั่ง มะละกอส้มตำ พันธุ์อร่อย !

Agri+

มะละกอพันธุ์ครั่ง มะละกอส้มตำ พันธุ์อร่อย !

🌱👨‍🌾📌 มะละกอ วัตถุดิบหลักในการทำส้มตำ อาหารยอดนิยมของคนไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกมะละกอประมาณ 50,000 – 70,000 ไร่ มีผลผลิตประมาณ 1.3-2 แสนตัน

🌱👨‍🌾📌 โดยผลผลิตที่ส่งออกมีปริมาณ 4,000 ตันต่อปี ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้บริโภคในประเทศ

🌱👨‍🌾📌 พันธุ์มะละกอที่ผู้ประกอบการรู้จักมากที่สุด คือ พันธุ์ดำเนิน รองลงมา คือ แขกดำ แขกนวล และมะละกอศรี

🌱👨‍🌾📌 ส่วนพันธุ์ที่ซื้อมากที่สุด ร้อยละ 96.09 คือ ดำเนิน

🌱👨‍🌾📌 เนื่องจากพันธุ์ดำเนินมีความกรอบ เนื้อแน่น เนื้อเยอะและเมล็ดน้อย แต่ถ้าเทียบเรื่องความกรอบ

🌱👨‍🌾📌 แต่ มะละกอ “พันธุ์ครั่ง” ก็ไม่แพ้เช่นกัน !! !

 

 

🌱👨‍🌾 มะละกอพันธุ์ครั้ง
🌱👨‍🌾 เริ่มจากได้มีการนำพันธุ์จาก บ้านคุยเชือก ตำบลหนองบัว อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม นำมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การควบคุมของกรมส่งเสริมการเกษตร (ชื่อเดิม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดมหาสารคาม(พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ) ในปี พ.ศ. 2545 และได้รับการรับรองพันธุ์ในปี พ.ศ.2549

 

 

🌱👨‍🌾 โดยลักษณะประจำพันธุ์ คือ เมื่ออายุ 1-3 เดือน จะมีจุดสีแดงอมม่วง(สีเลือดครั่ง) ตามลำต้น ก้านใบ และเมื่ออายุประมาณ 5 เดือน จุดจะจางหายไป จึงเป็นที่มาของคำว่า “ครั่ง”

 

 

🌱👨‍🌾 จุดเด่นของมะละกอครั่ง คือ
🌱👨‍🌾 เมื่อติดผล แต่ละช่อจะมี 1-5 ผล มีความยาวเฉลี่ย 47 เซนติเมตร บางผลยาวถึง 60 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย 9 เซนติเมตร น้ำหนักผลเมื่อผลเริ่มมีสีเหลือง 25 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ย 1.9 กิโลกรัมต่อผล จำนวนผลเฉลี่ย 38 ผลต่อต้น

 

 

🌱👨‍🌾 โดยผลดิบ เนื้อจะมีสีขาวขุ่น กรอบ มีรสหวานเล็กน้อยเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับทำส้มตำ ผลสุกมีสีเหลืองอมส้ม รสหวาน ความหวานเฉลี่ย 12.7 องศาบริกซ์

🌱👨‍🌾 มะละกอพันธุ์ครั่ง เป็นมะละกอพันธุ์เบา ติดผลเร็ว และยังมีความทนทานต่อโรคและแมลง สามารถปลูกได้ทุกสภาพดินและปลูกได้ตลอดทุกฤดูกาล

 

 

🌱👨‍🌾 การผลิตเมล็ดพันธุ์มะละกอพันธุ์ครั่ง
🌱👨‍🌾 การขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด ส่วนใหญ่นิยมใช้วิธีการขยายพันธุ์วิธีการนี้เพื่อการค้า เนื่องจากทำได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับผลผลิตที่จะได้รับและสามารถผลิตได้ครั้งละจำนวนมาก

 

 

🌱👨‍🌾 การช่วยผสมเกสร เพื่อเพิ่มปริมาณและความสมบูรณ์ของเมล็ด
🌱👨‍🌾 การผลิตเมล็ดพันธุ์มะละกอที่ดีและมีคุณภาพ เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์จำนวนมากและตรงตามพันธุ์ เป็นสิ่งจำเป็น

🌱👨‍🌾 โดยปกติการผสมปล่อยตามธรรมชาติอาจไม่มีเมล็ดหรือมีเมล็ดน้อย การช่วยผสมเกสรดอกมะละกอจะช่วยเพิ่มผลผลิต จำนวนเมล็ดในผลเพิ่มขึ้น และเมล็ดมะละกอมีความสมบูรณ์ขึ้น

🌱👨‍🌾 วิธีการช่วยผสมเกสรมะละกอเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์จะต้องเป็นเมล็ดที่ได้จากต้นสมบูรณ์เพศเท่านั้น เนื่องจากมะละกอ เป็นพืชที่มี 3 เพศ คือ ต้นตัวผู้ ต้นตัวเมีย และต้นสมบูรณ์เพศ

🌱👨‍🌾 ในการผสมเกสรจะใช้ดอก Reduced Elongata ซึ่งเป็นดอกสมบูรณ์เพศทำหน้าที่เป็นดอกตัวผู้ ผสมกับดอกสมบูรณ์เพศชนิด Elongata ซึ่งเป็นดอกที่จะทำให้มะละกอมีรูปร่างผลยาว

 

 

🌱👨‍🌾 ลักษณะดอกที่พร้อมผสมเกสร
🌱👨‍🌾 1. ดอก Reduced Elongata คือดอกสมบูรณ์เพศที่ทำหน้าที่เป็นดอกตัวผู้ มีลักษณะกลีบดอกแข็ง มีเกสรตัวผู้ 10 อัน เกสรตัวเมียขนาดเล็ก ดอกชนิดนี้ไม่มีการติดผล

🌱👨‍🌾 ดอกที่พร้อมจะนำไปผสมได้ กลีบดอกจะเป็นสีครีมทั้งหมด มีละอองเกสรติดอยู่ที่ปลายของก้านชูละอองเกสรเป็นดอกที่บานแล้ว

🌱👨‍🌾 2. ดอก Elongata คือ ดอกสมบูรณ์เพศ (กระเทย) ที่ให้ผลยาว มีลักษณะรังไข่ขนาดยาวกลีบดอก เชื่อมติดกันเป็นหลอด มีเกสรตัวผู้ 10 อัน เรียงเป็น 2 วง เกิดบนขอบกลีบดอกด้านใน ดอกที่พร้อมจะผสมได้ จะมีลักษณะสีขาวทั้งหมด หรือเป็นสีครีม

🌱👨‍🌾 ถ้าดอกชนิดที่ยังอ่อน กลีบดอกจะเป็นสีเขียวอ่อน ดอกที่พร้อมจะผสมจะเป็นดอกที่กำลังจะบาน คือ ก่อนบาน 1 วัน

 

 

 

🌱👨‍🌾 วิธีผสมเกสร
🌱👨‍🌾 1. ในระยะที่ปลายกลีบดอกของดอกสมบูรณ์เพศเริ่มแย้มออกแต่ยังไม่บาน ให้เด็ดดอกสมบูรณ์เพศ ที่ทำหน้าที่ดอกตัวผู้จากต้นเดียวกันหรือจากต้นสมบูรณ์เพศใกล้เคียงมา เพื่อเป็นแหล่งของละอองเกสรตัวผู้

🌱👨‍🌾 โดยเด็ดกลีบดอกออกเหลือไว้เพียงช่ออับละอองเกสรตัวผู้ที่แก่เต็มที่ (เมื่อเคาะลงบนฝ่ามือจะเห็นเป็นละอองคล้ายแป้งสีเหลืองอ่อน)

🌱👨‍🌾 2. ป้ายเบาๆ ลงบนยอดเกสรตัวเมียของดอกสมบูรณ์เพศ

🌱👨‍🌾 3. เวลาในการช่วยผสมเกสรควรเป็นช่วงเวลาเช้าก่อนเวลา 10.00 น.

 

 

🌱👨‍🌾 การเก็บและทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์
🌱👨‍🌾 1. ทำการเก็บผลผลิตเมื่อผลมะละกอปรากฏสีเหลือง 25-30% หรือมีสีเหลืองหนึ่งในสี่ ของผล นำมาบ่มไว้ 2-3 วัน จนมะละกอสุกเต็มที่ แล้วผ่าขูดเอาเมล็ดออก

🌱👨‍🌾 2. นำเมล็ดที่ได้มาแช่ในน้ำสะอาดให้ท่วมเมล็ด หมักไว้ 1 คืน ไม่ควรหมักเมล็ดไว้นาน เพราะจะทำให้ เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ความงอกต่ำ

🌱👨‍🌾 3. ล้างเมล็ดโดยนำเมล็ดมาใส่ถาดที่มีรูหรือตาข่ายสีเขียว สวมถุงมือขยี้หรือใช้ยางบดเบาๆ เพื่อแยก เอาเยื้อหุ้มเมล็ดออก

 

 

ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook