NEWS
หมูอเมริกา จ่อคอ วิกฤตหมูไทย ? 🐷‼️
ตัดสิทธิ์ GSP บีบผู้บริโภคกินหมูสารเร่ง 🐷‼️
 
🐷‼️ กรณีสหรัฐอเมริกา ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP กับสินค้าไทยเพิ่มอีก 231 รายการ ซึ่งคิดเป็นภาษีที่ต้องเสียในอัตราปกติมูลค่าประมาณ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 600 ล้านบาท ตามที่ นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุไว้ โดยจะมีผลในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 นี้
 
🐷‼️ เป็นเพราะรัฐบาลไทยไร้ความสามารถในการเจรจาการค้า หรือ เป็นเพราะประเทศไทยเรามีศักยภาพและความแข็งแกร่งในด้านการผลิตทัดเทียบกับสหรัฐฯ จึงทำให้ถูกมองว่า ไทย คือ คู่แข่งทางการค้า เช่น อุตสาหกรรมไก่เนื้อ ที่สหรัฐฯ ไม่ยอมเปิดตลาดให้ไก่ไทย
 
🐷‼️ ทั้งๆ ที่ไก่ของเรามีมาตรฐานการผลิตที่ไม่เป็นสองรองใคร ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั้งในยุโรป สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือแม้แต่ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น
 
🐷‼️ ขณะที่รายงานจากเว็บไซต์ของ USTR ณ วันที่ 1 พ.ย. 63 เผยแพร่ข้อมูลชัดเจนว่า การตัดสิทธิ GSP ของประเทศไทย เป็นเพราะประเด็น เนื้อหมู
 
🐷‼️ ซึ่งเกิดจากไทย ไม่เปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู ที่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ เพราะประเทศไทยห่วงผลกระทบด้านสุขภาพและอนามัยของประชาชน
 
🐷‼️ เนื้อหมูสหรัฐฯ มีการใช้สารเร่งเนื้อแดง 100% ทั้งที่เป็นสารที่มีอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะสารเร่งเนื้อแดงทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรของสหรัฐฯ ลดลง โดยสุกรจะโตเร็วขึ้น และใช้อาหารน้อยลง
 
🐷‼️ จึงเป็นสาเหตุให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของสหรัฐฯ สามารถใช้สารนี้ได้อย่างถูกกฎหมาย ขณะที่ประชาชนชาวสหรัฐฯ เองก็ไม่บริโภคเครื่องใน
 
🐷‼️ เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมสารตกค้างของสารเร่งเนื้อแดง จึงทำให้สหรัฐฯ เกิดขยะอาหารมากมาย และพยายามที่จะกำจัดอยู่ในขณะนี้
 
🐷‼️ สำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของประเทศไทย การใช้สารเร่งเนื้อแดง เป็นเรื่องที่ผิดกฏหมาย โดยข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า
 
🐷‼️ “สารเร่งเนื้อแดง” เป็นสารกลุ่ม “เบต้าอะโกนิสต์” จัดเป็นสารอันตรายตาม “ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2545” และ “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2546” ที่ห้ามมิให้ใช้ในกระบวนการเลี้ยงสัตว์ “อย่างเด็ดขาด”
 
🐷‼️ สอดคล้องกับแนวทางของทางสหภาพยุโรป (EU) และอีกหลายประเทศ ได้แก่ รัสเซีย และจีน ที่มีการห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านอาหารแก่ประชากรอย่างเต็มที่
 
🐷‼️ สารเร่งเนื้อแดง ในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ถือเป็น “ยา” ที่มีใช้ในทางการแพทย์ มีฤทธิ์ในการขยายหลอดลมสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืดและหลอดลมอักเสบ
 
🐷‼️ หากสารเบต้าอะโกนิสต์ถูกนำไปผสมในอาหารสำหรับเลี้ยงสุกร เพื่อเป็นสารเร่งเนื้อแดง จะกระตุ้นให้มีการใช้พลังงานจากไขมัน ลดการสะสมของไขมัน เพิ่มการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีเนื้อแดงเพิ่มขึ้น
 
🐷‼️ มองดูเผินๆ แล้วเหมือนเป็นเรื่องดี แต่ย้ำว่า มีอันตรายต่อสุขภาพของทั้งคน และสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก
 
🐷‼️ หากผู้บริโภค (โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว) รับประทานเนื้อหมูที่ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงแล้ว อาจเกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติ นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะเป็นอันตรายโดยตรงต่อสตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจเต้นผิดปกติ
 
🐷‼️ สารกลุ่มนี้ มีคุณสมบัติที่ทนต่อความร้อน ทั้งน้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส และน้ำมันที่ 260 องศาเซลเซียส ดังนั้น “การต้มการอบ การทอด หรือการใช้เตาไมโครเวฟ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารกลุ่มนี้ได้”
 
🐷‼️ สำหรับอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรในประเทศไทยในปัจจุบันค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ไม่น่าจะมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง เพราะเป็นเรื่องที่ “ผิดกฎหมาย และมีโทษค่อนข้างสูง” หากพบการกระทำความผิดฝ่าฝืนใช้จะมีโทษหนัก ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์ เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย
 
🐷‼️ ต้องถือเป็นความโชคดีอย่างมากที่มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการยกระดับคุณภาพการผลิตเนื้อสุกร ปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากลอีกด้วย
 
🐷‼️ การที่ประเทศไทยตัดสินใจไม่รับเนื้อหมูปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ เข้ามาให้ชาวไทยได้บริโภคนั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของคนในประเทศ และไม่หลงกลเดินตามเกมส์การเมืองของทรัมป์ที่ต้องการเอาใจเกษตรกรสหรัฐฯ หวังคะแนนเลือกตั้ง
 
#เนื้อหมู #หมูไทย #หมูอเมริกา #gsp #สารเร่งเนื้อแดง #นำเข้าหมูอเมริกา
 
ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook