ทำไม ? แบน 3 สาร ไทยจะเสียหายกว่า 8 แสนล้านบาท

NEWS

🚨📌 ปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตอาหารสัตว์ 20 ล้านตันต่อปี มีการพึ่งพิงวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศเกินกว่าครึ่ง แต่ละปีจึงมีการนำเข้าวัตถุดิบมาใช้กว่า 10 ล้านตัน

🚨📌 ในปี 2562 มีการนำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองประมาณ 6 ล้านตัน ข้าวสาลีประมาณ 1.8 ล้านตัน ที่เหลือจากพืชอาหารสัตว์อื่นๆ อาทิ ข้าวบาร์เล่ย์ กากข้าวโพด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น

🚨📌 วันที่ 1 ธันวาคม 2562 การนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จะต้องหยุดชะงัก ซึ่งเป็นผลมาจากมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 มีมติให้สารเคมีทางการเกษตร 3 ตัว คลอร์ไพรีฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต ขยับจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4

🚨📌 หมายถึงห้ามผลิต นำเข้า มีไว้ในครอบครอง และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 387 เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง ปี 2560 ระบุว่าต้องไม่มีการตกค้างของวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (Zero tolerance)

🚨📌 ประเทศไทยมีการนำเข้าถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี จากประเทศที่มีการใช้สารเคมีไกลโฟเซต อาทิ บราซิล อาเจนติน่า สหรัฐอเมริกา ยูเครน แคนนาดา เป็นต้น หากประเทศไทยประกาศแบน 3 สารเคมี จะทำให้ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเหล่านี้ได้ส่งผลให้โรงงานอาหารสัตว์ทั้งประเทศต้องทยอยปิดกิจการลงและเกิดการเลิกจ้างตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

🚨📌 เมื่อโรงงานผลิตอาหารสัตว์ซึ่งถือเป็นส่วนต้นน้ำของห่วงโซ่อาหารถูกทำลายลง ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 4 แสนครัวเรือนต้องหมดอาชีพเพราะขาดตลาดรองรับ เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยเกือบ 100% ขายเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ทั้งหมด วัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ ในประเทศ อาทิ มันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ข้าว ขาดตลาดรองรับไปด้วย

🚨📌 นอกจากนี้ ยังกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการเลี้ยงสัตว์ที่จะไม่มีอาหารสัตว์ไปใช้ในการเลี้ยงกระทบต่อไปยังโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ และการผลิตอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าร่วม 8 แสนล้านบาท สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ เกิดวิกฤตอาหารขาดแคลนและมีราคาแพงตามมา โดยจะต้องหันมานำเข้าอาหารทดแทน

🚨📌 ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารอื่น อาทิ น้ำมันถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ข้าวสาลีและแป้งสาลี รวมถึงไม้ผลบางชนิดด้วย
สรุปผลกระทบหากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์หยุดกิจการ

🚨📌 1. ความเสียหายของวัตถุดิบภายในประเทศ

🚨📌 • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5 ล้านตัน (8-10 บาท/กก.)
มูลค่า 40,000-50,000 ล้านบาท

🚨📌 • มันสำปะหลังเส้น 0.6 ล้านตัน (6-7 บาท/กก.)
มูลค่า 3,500-4,500 ล้านบาท

🚨📌 • ปลายข้าว/รำสด 1.6 ล้านตัน (9-11 บาท/กก.)
มูลค่า 15,000-18,000 ล้านบาท

🚨📌 • ปลาป่น 0.15 ล้านตัน (40-43 บาท/กก.)
มูลค่า 6,000-6,500 ล้านบาท

🚨📌 • กากถั่วเหลืองจากโรงสกัดน้ำมัน 1.7 ล้านตัน
(15-16 บาท/กก.)
มูลค่า 25,500-27,500 ล้านบาท

🚨📌 • เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 0.025 ล้านตัน
มูลค่า 2,500 ล้านบาท

🚨📌 • อื่นๆ –
รวมมูลค่าประมาณ 100,000-120,000 ล้านบาท

🚨📌 หมายเหตุ : มูลค่าและปริมาณการใช้เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ราคาที่มีความผันผวน

🚨📌 2. กระทบแรงงานที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานอาหารกว่า 1 ล้านครัวเรือน

บทความโดย : สมาคมอาหารสัตว์ไทย

ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook