จะเกิดอะไร ? ถ้าไทยยอมนำเข้าหมูอเมริกา

PIG&PORK
จะเกิดอะไรขึ้น…🐷🇺🇸⁉️
ถ้าไท ย ยอมนำเข้าเนื้อหมูจากอเมริกา 🐷🇺🇸‼️
 
🇺🇸‼️📌 จากข่าวรายงาน สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ์ GSP (Generalized System of Preferences) ของไทยเพิ่มเติมคิดเป็นมูลค่า 25,000 ล้านบาท
 
🇺🇸‼️📌 GSP คือ สิทธิพิเศษทางภาษีที่เราเคยได้ลดหย่อน ในการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ ต่อไปเราจะไม่ได้สิทธิ์นั้น แต่เรายังสามารถส่งออกสินค้าได้เหมือนเดิม แค่ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ
 
🐷🇺🇸‼️ เนื้อหมู คือ สินค้าที่สหรัฐฯ พยายามกดดันไทยมาตลอดหลายปีให้ไทยเราอนุญาตนำเข้าเนื้อหมูสหรัฐฯ
 
🐷🇺🇸⁉️ ถามว่า…ทำไม?
🇺🇸‼️📌 แล้ว…ถ้าเรานำเข้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
 
🇺🇸‼️📌 คงต้องมองเป็นสองฝั่ง คือ ฝั่งผู้บริโภค และฝั่งผู้ผลิต
 
🇺🇸‼️📌 ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือ ผู้บริโภค เนื่องจากหมูจากสหรัฐอเมริกามีราคาถูกกว่าเราเกือบ 50%
 
🇺🇸‼️📌 การนำเข้าเนื้อหมูเข้ามาจะทำให้ราคาเนื้อหมูในประเทศลดลง ผู้บริโภคได้ประโยชน์ในภาพรวม
 
🇺🇸‼️📌 แต่ได้กินเนื้อหมูแช่แข็งข้ามน้ำข้ามทะเลมาแรมเดือน
 
🇺🇸‼️📌 ถ้าเนื้อหมูไทยที่วางขายในตลาด นับตั้งแต่ชำแหระจนไปวางที่เขียงจะมีระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ความสดสะอาด ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของเขียง
 
🇺🇸‼️📌 หากเป็นหมูที่ขายกันตามตลาดนัด ก็ไม่น่าเกิน 4 ชั่วโมง แม้มาตรฐานยังสู้กับยักษ์ใหญ่ไม่ได้ แต่ความสดใหม่ยักษ์ใหญ่ก็สู้หมูตามตลาดนัดไม่ได้เช่นกัน
 
🇺🇸‼️📌 แต่หากในแง่ผู้ผลิต การอนุญาตให้นำเข้า อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของฟาร์มหมูไทย คล้ายๆ กับการหายไปของไร่ถั่วเหลืองที่ประเทศไทยเคยผลิตได้ ปัจจุบันแทบไม่มีใครเลือกปลูก เพราะนำเข้าถูกกว่า
 
 
🐷🇺🇸⁉️ ถามว่า…ทำไมสหรัฐอเมริกาสามารถเลี้ยงหมูได้ถูกขนาดนั้น
🇺🇸‼️📌 ตอบ…อุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของสหรัฐมีการอุดหนุนปัจจัย
 
🇺🇸‼️📌 การผลิตแทบจะทุกกระบวนการ ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีการผลิต ที่ไม่ใช่การอุดหนุนแบบตรง ๆ ด้วยเงินช่วยเหลือเหมือนบ้านเรา
 
🇺🇸‼️📌 การอุดหนุนปัจจัยการผลิตก่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน
 
 
🐷🇺🇸⁉️ ถามว่า…ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงต้องการส่งออกเนื้อหมูและเครื่องใน
🇺🇸‼️📌 ตอบ…หลักพื้นฐานง่าย ๆ การส่งออกสาเหตุหลักเกิดจากปริมาณหมูที่ผลิตได้เกิดความต้องการบริโภคในประเทศ
 
🇺🇸‼️📌 ทำให้ราคาเนื้อหมูในประเทศลดลง และถูกจนส่งผลรายได้ของที่เกษตรกรได้รับน้อย และคนอเมริกันไม่กินเครื่องในสัตว์!!!
 
🇺🇸‼️📌 การอุดหนุนปัจจัยการผลิตทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแถบโซนเอเชีย ไม่เพียงปริมาณเนื้อหมูและเครื่องในหมูที่พยายามเพิ่มการส่งออก
 
🇺🇸‼️📌 ปัจจุบันเราก็นำเข้าปัจจัยการผลิตสำคัญคือ ถั่วเหลือง และกากถั่วเหลือง มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อยู่แล้ว เพราะเราก็ผลิตไม่พอกับความต้องการ
 
🇺🇸‼️📌 เรียกง่าย ๆ ปัจจัยการผลิตก็อุดหนุนจนเกินความต้องการของการใช้ภายในประเทศต้องส่งออกมาทางโซนเอเชียเช่นเดียวกัน
 
🐷🇺🇸⁉️ ถ้าเรากลับมาดูที่ฟาร์มหมูไทย
 
🇺🇸‼️📌 เอาเข้าจริง ผู้ประกอบการฟาร์มหมูทั้งหลายทำใจกันไว้แล้วว่า ไทยไม่อาจต้านทานแรงกดดันจากสหรัฐได้นาน
 
🇺🇸‼️📌 สุดท้ายก็ต้องนำเข้า เรียกว่า ไม่โลกสวย แต่ละฟาร์มก็เตรียมรับมือก็แตกต่างกันไป
 
🇺🇸‼️📌 แต่ทางการไทยก็พยายามมาตลอดที่จะไม่นำเข้า
ประเด็นสำคัญที่ใช้เป็นคานงัดสำคัญ คือ หมูที่ผลิตในอเมริกา มีการใช้สารเร่งเนื้อแดง (Ractopamine)
 
🇺🇸‼️📌 โดยสารเร่งเนื้อแดงนี้จะตกค้างอยู่ในเนื้อและเครื่องใน
 
🇺🇸‼️📌 สารเร่งเนื้อแดงถูกห้ามใช้มากว่า 160 ประเทศทั่วโลก ทั้งยุโรป จีน รัสเซีย และไทย แต่มี 27 ประเทศที่อนุญาตให้ใช้ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก ไต้หวัน แคนาดา และ สหรัฐอเมริกา
 
🇺🇸‼️📌 โดยจะมีปริมาณที่อนุญาตให้ตกค้างได้ระดับหนึ่ง ซึ่งแต่ละประเทศจะมีเกณฑ์ไม่เท่ากัน
 
🇺🇸‼️📌 สำหรับประเทศไทย ห้ามมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงนี้มาต้ังแต่ปี 2546 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 269 เพราะเดิมทีเราก็มีการใช้ในการเลี้ยงหมูและโคเนื้อ เพื่อเพิ่มเนื้อแดงและเปอร์เซ็นต์ซาก
 
🇺🇸‼️📌 หมูที่ใช้สารเร่งจะโตเร็ว ลดจำนวนวันในการขุน นั่นหมายถึงการลดต้นทุนอาหารในการขุนได้
 
🇺🇸‼️📌 แต่เมื่อมีข้อมูลทางการแพทย์ออกมายืนยันว่า สารเร่งเนื้อแดงส่งผลข้างเคียงต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ ระบบประสาทส่วนกลาง อาการที่เห็นได้ชัด เช่น มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย
 
🇺🇸‼️📌 ซึ่งอันตรายมากในคนท้อง ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไฮเปอร์ไทรอยด์
 
🇺🇸‼️📌 เจ้าสารเร่งเนื้อแดงนี้ไม่ได้มีผลข้างเคียงต่อคนเท่านั้น กับตัวหมูเองก็มีผล เพราะหมูจะมีอาการเครียดง่าย
 
🇺🇸‼️📌 โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน น็อคตายแบบไม่มีสัญญาณบอก สร้างความเสียหายให้ฟาร์มเอง
 
🇺🇸‼️📌 ตัวเกษตรกรเองก็ไม่ได้อยากจะใส่เป็นทุนเดิม เพราะไปเพิ่มต้นทุนโดยไม่จำเป็น แถมหมูก็เสียหาย แต่เขียงหมูไม่รับซื้อ
 
🇺🇸‼️📌 ถ้าเนื้อไม่สวย ขายยาก เพราะลูกค้าไม่ซื้อ ชอบสวย ๆ ไม่มีมัน เขียงบางรายถึงขั้นซื้อมาให้ฟาร์มใส่ก็มี
 
🐷🇺🇸⁉️ คำถามจึงย้อนกลับไปที่ผู้บริโภคผู้ซื้อขั้นสุดท้าย ว่า ต้องการแบบไหน
 
🇺🇸‼️📌 จำได้ว่า ช่วงแรกของการห้ามได้รับแรงต้านทานสูงมาก กรมปศุสัตว์จริงจัง กว่าจะปราบกันได้ใช้เวลาไม่น้อย พอสหรัฐอเมริกาใส่เรื่องเนื้อหมูเข้ามาบนโต๊ะเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ไทยแทบกุมขมับ
 
🇺🇸⁉️📌 คำถามคือ คุ้มกันหรือไม่…กับต้นทุนที่ต้องแลก?
ก่อนจะตัดสินใจว่าคุ้มหรือไม่ ลองอ่านข้อมูลเหล่านี้สักหน่อย
 
🇺🇸‼️📌 อุตสาหกรรมเลี้ยงหมู มีต้นทุนสำคัญ คือ อาหารสัตว์
 
🇺🇸‼️📌 ซึ่งวัตถุดิบสำคัญ คือ ปลายข้าว รำ มันสำปะหลังอัดเม็ด/เส้น ข้าวโพดบด กากถั่วเหลือง
 
🇺🇸‼️📌 วัตถุดิบเหล่านี้คือ ผลผลิตพลอยได้ (By Product) ทั้งนั้น ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน หมูกินของเหลือทิ้ง ซึ่งของเหลือทิ้งเหล่านี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาผลผลิตหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง มีราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น
 
🇺🇸‼️📌 เพราะหากของเหลือเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เราคงต้องซื้อข้าวกินแพงกว่านี้พอสมควร
 
🇺🇸‼️📌 ยกตัวอย่าง เกษตรกรขายข้าวเปลือก 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน ขายให้โรงสี เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ประมาณ 660 กิโลกรัม แล้วจะได้ผลพลอยได้เป็น รำหยาบ รำละเอียด ปลายข้าวท่อน ปลายข้าว และแกลบ
 
🇺🇸‼️📌 ซึ่งปัจจุบันนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์เป็นหลัก มีความพยายามจะนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้มากกว่าที่เป็นอยู่
 
🇺🇸‼️📌 แต่ก็ยังไม่สามารถดูดซับผลพลอยได้เหล่านี้ได้มากเท่ากับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพราะสัตว์กินทุกวัน ลองคิดดูว่า หากไม่มีฟาร์มหมู ผลพลอยได้เหล่านี้จะไปไหน
อัตราการสีข้าวเปลือก
🇺🇸‼️📌 หากเรายังไม่สามารถสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรได้มาก หรือนำผลผลิตพลอยได้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้ในปริมาณมากเท่ากับอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์
 
🇺🇸‼️📌 การอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา จะเกิดผลกระทบวงกว้างไปสู่เกษตรกรอีกหลายกลุ่ม เช่น ชาวนา ชาวไร่มันสำปะหลัง และชาวสวนปาล์ม เป็นต้น
 
🇺🇸‼️📌 นอกจากนี้ ยังลามไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในบราซิล อาร์เจนตินา และแม้แต่สหรัฐอเมริกาเองก็ได้รับแรงกระเพื่อมนี้เช่นกัน เพราะเรานำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากประเทศเหล่านี้
 
🇺🇸‼️📌 นั่นหมายถึง การอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกา ไทยต้องเตรียมรับมือกับภาวะราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำอย่างรุนแรง ไทยต้องเตรียมอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตพลอยได้ทางการเกษตรให้มีความหลากหลาย สร้างมูลค่า
 
🐷🇺🇸‼️ แม้จะไม่มีการน้ำเข้าเนื้อหมู เราก็ต้องพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรอยู่แล้ว แต่ต้องเร่งเครื่องให้มากกว่านี้
 
🇺🇸‼️📌 หากมองแค่ตัวเลขเฉพาะหน้าที่เราเสียหาย 25,000 ล้านบาท จากการที่เราถูกตัดสิทธิ์ GSP และไม่ยอมนำเข้าเนื้อหมู แถมเครื่องในหมู แลกกับความเสียหายที่เรายังไม่ได้ตีมูลค่า จากผลกระทบในภาคเกษตรของไทยหากอนุญาตให้นำเข้า เราว่าไม่น่าจะเสียหายน้อยกว่าแสนล้านบาท
 
🇺🇸🐷⁉️ ถามว่าทำไมเราถึงประเมินตัวเลขหลักแสนล้าน เพราะบ้านเราไม่ได้มีแต่ผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ เรายังมีฟาร์มเล็กฟาร์มน้อยทั่วประเทศ
 
🇺🇸‼️📌 บอกเลยว่าไม่น้อย อย่าคิดแค่ว่ามีแต่ฟาร์มใหญ่ๆ
ตัวเลขแสนล้านอาจจะประเมินเกินจริงก็ได้
 
🐷🇺🇸‼️ แต่ในมุมมองของผู้เขียน มันได้ไม่คุ้มเสียจริง ๆ ในกรณีนี้ หากคิดจำนวนภาษีที่เราต้องจ่ายเพิ่มจากการดื้อไม่ยอมให้นำเข้า เราจะเสียภาษีเพิ่มประมาณ 600 ล้านบาท ดีกว่าให้นำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในหมูมาทุ่มตลาดบ้านเรา
 
🐷🇺🇸‼️ หักลบแล้ว ผู้เขียนมองว่า “คุ้ม”
 
🐷🇺🇸‼️ เพราะตอนนี้ ก็มีปัญหาของการนำเข้าเนื้อวัวภายใต้กรอบของ FTA ก็ยังแก้กันไม่ตก
 
🐷🇺🇸‼️ หากมีเนื้อหมูนำเข้ามาอีก…เอวังแน่เกษตรกรไทย
 
🐷🇺🇸‼️ เรื่องโดย ดร.สุวรรณา สายรวมญาติ
ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 
#หมู #เนื้อหมู #การเลี้ยงหมู #ฟาร์มหมู #gsp #หมูอเมริกา #นำเข้าหมู #วิกฤตหมูไทย #อนาคตหมู #เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู
 
ร่วมพูดคุยด้วย บัญชี facebook